ใช้แขนข้างเดียว จนร่างกายเอียงไม่รู้ตัว

[Blog] Case Study ep14 | Written By CO-HAND Clinic

เมื่อความถนัดข้างเดียว กลายเป็นสาเหตุของความไม่สมดุลและอาการปวดเรื้อรัง

วันนี้ขอชวนมาวิเคราะห์กลุ่มอาชีพที่พบบ่อยว่ามีอาการปวดเรื้อรังจากพฤติกรรมการทำงาน แม้จะออกกำลังกายแล้ว แต่อาการก็ยังไม่หาย
.

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้แขนข้างที่ถนัดโดยไม่รู้ตัว หรือทำงานซ้ำๆ ด้วยมือข้างเดียวเป็นหลัก เช่น

  • การใช้โทรศัพท์

  • การถือของ

  • การพิมพ์คอมพิวเตอร์

  • การใช้เมาส์

แม้ในระยะสั้นอาจไม่เห็นผลชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และระบบประสาทจะสะสมมากขึ้น จนกลายเป็นอาการปวดในที่สุด
.

กลุ่มอาชีพที่พบอาการปวดเรื้อรังบ่อย

  • ทันตแพทย์

  • พนักงานบัญชี / พนักงานออฟฟิศ

  • โปรแกรมเมอร์

  • กราฟฟิกดีไซน์

  • อาจารย์ / ครูสอนพิเศษ

  • วิศวกร

แม้จะเป็นอาชีพทั่วไป แต่ลักษณะงานคล้ายกัน คือ

  • นั่งทำงานเป็นเวลานาน

  • ก้มคอ

  • ลำตัวบิดขณะนั่ง

  • ใช้แขนข้างที่ถนัดเป็นหลัก

ขอยกตัวอย่างเคสทันตแพทย์เพื่อวิเคราะห์ร่วมกัน
.

ข้อมูลเคสตัวอย่าง
อาชีพ: ทันตแพทย์
อายุ: 39 ปี
ลักษณะงาน: ใช้แขนขวาจับอุปกรณ์ทำฟัน นั่งนาน ก้มคอและก้มตัวเกือบตลอดทั้งวัน นั่งติดต่อกันมากกว่า 3 ชั่วโมง
MRI: พบหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นระดับ L4–L5 และ L5–S1
การรักษาที่ผ่านมา: ใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด อาการดีขึ้นชั่วคราว แต่กลับมาเป็นซ้ำเมื่อกลับไปทำงาน
.

อาการที่มาด้วย

  • ปวดหลังส่วนล่าง ร้าวลงก้นซ้าย

  • ตึงลงไปที่น่องและเท้าซ้าย

  • ปวดมากขณะก้มใส่กางเกง ใส่ถุงเท้า หรือขึ้น–ลงรถ

  • ตึงคอบ่าทั้งสองข้าง และหันหน้าได้ไม่สุด
    .

ผลการตรวจร่างกาย

  • Postural analysis

    • Round shoulder

    • Lt. shoulder higher than Rt.

    • Decreased thoracic kyphosis และ lumbar lordosis

    • Pelvic shift ไปทางขวา

  • Movement loss: Major loss of lumbar flexion

  • Repetitive movement: Peripheralization ของ lumbar flexion และ lateral flexion

  • Rotation dysfunction ของ C1–C2
    .

จากการตรวจพบว่า นอกจากหมอนรองกระดูกปลิ้นแล้ว ยังมีปัญหาความไม่สมดุลของท่าทางและการเคลื่อนไหวร่วมด้วย

หลังการรักษาครั้งแรก ผู้ป่วยมีอาการระบมหลังการรักษา แต่เมื่ออาการระบมลดลง พบว่าสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น นั่งได้นานขึ้น ใส่กางเกงได้ และอาการปวดร้าวลงขาซ้ายน้อยลง จึงเริ่มวิเคราะห์ร่างกายเพื่อเตรียมแผนการออกกำลังกายในระยะถัดไป
.

วิเคราะห์ผลของการใช้แขนข้างเดียวซ้ำๆ

  • การยกแขนข้างเดียวซ้ำๆ ทำให้ลำตัวบิด และไหล่ฝั่งที่ใช้งานงุ้มมาด้านหน้ามากกว่าอีกฝั่ง
    ส่งผลให้กล้ามเนื้อ stabilizer เช่น serratus anterior และ lower trapezius ทำงานลดลง

  • กล้ามเนื้ออกและหน้าท้องหดสั้นมากขึ้น ทำให้รูปแบบการหายใจเปลี่ยนไป ใช้กล้ามเนื้อคอบ่ามากขึ้น จึงเกิดอาการปวดเมื่อยสะสม

  • การนั่งในท่าลำตัวหมุนเป็นเวลานาน ทำให้แรงกระทำต่อกระดูกสันหลังกระจายไม่เท่ากัน หมอนรองกระดูกด้านหนึ่งจะถูกกดมากกว่า (rotational torque)

  • แรงบิดซ้ำๆ แม้จะเป็นแรงเล็กน้อย แต่เกิดบ่อย เปรียบเหมือนน้ำหยดลงหินทุกวัน
    ทำให้กล้ามเนื้อ paraspinal ฝั่งหนึ่งเกร็งมากขึ้น เกิดแรงกดต่อข้อต่อเพิ่ม และร่างกายเรียนรู้ท่าทางชดเชยที่ผิดปกติ (compensatory alignment)
    .

สรุป
การใช้แขนข้างที่ถนัดเพียงข้างเดียว ส่งผลต่อร่างกายตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า
เปรียบเหมือนการบิดผ้าเช็ดตัว เมื่อบิดซ้ำๆ โครงสร้างทั้งหมดจะบิดตามและแข็งตึงขึ้นเรื่อยๆ
.

ข้อมูลจากงานวิจัยสนับสนุน

  • Macedo และ Battié รายงานว่า occupational loading มีความสัมพันธ์กับการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลัง

  • Paek และคณะ พบว่าการลงน้ำหนักข้างเดียว ทำให้กล้ามเนื้อลำตัวฝั่งที่ใช้งานรับภาระมากกว่า ส่งผลต่อความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง

  • Rören และคณะ พบว่าการยกแขนข้างเดียวส่งผลต่อ alignment ของกระดูกสันหลังทั้งระบบ
    .

แนวคิดในการรักษาและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
การรักษาอาการปวดจำเป็นต้องวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงตำแหน่งที่ปวด
และต้องออกแบบการออกกำลังกายให้สอดคล้องกับท่าทางการทำงานจริง เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนงานได้ แต่สามารถปรับร่างกายให้เหมาะกับงานได้

ผู้ที่นั่งทำงาน ใช้แขนข้างเดียว หรืออยู่ในท่าทางเดิมซ้ำๆ ควรตรวจเช็คร่างกายเป็นระยะ เหมือนการตรวจสุขภาพประจำปี อย่ารอให้ปวดเรื้อรังแล้วค่อยเริ่มแก้ไข
.

เริ่มสังเกตร่างกายตัวเอง

  • ไหล่สองข้างสูงเท่ากันหรือไม่

  • หลังด้านใดด้านหนึ่งนูนมากกว่าหรือไม่

  • เอวขอดไม่เท่ากัน

  • เวลาออกกำลังกายรู้สึกใช้กล้ามเนื้อไม่เท่ากัน

  • เวลาเดินรู้สึกลงน้ำหนักแปลกไปจากเดิม
    .

เอกสารอ้างอิง

  • Macedo LG, Battié MC. BMC Musculoskelet Disord. 2019

  • Paek S et al. Medicina. 2022

  • Rören A et al. BMC Musculoskelet Disord. 2024
    .

#รักษาที่ต้นเหตุ
#1%ที่จะทำให้99%เปลี่ยนไป
The 1% that matters

#PersonalizeHealing #ExperienceTailored