Vestibular hypofunction | เวียนหัวจากการใช้สายตามากเกินไป
[Blog] Case Study ep13 | Written By CO-HAND Clinic
วันนี้ขอมาแชร์สำหรับใครที่นั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน ใช้สายตาหนัก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
ช่วงนี้ที่คลินิกพบเคสลักษณะนี้ค่อนข้างบ่อย หนึ่งในนั้นคือเคสของโปรแกรมเมอร์อายุ 29 ปี ที่ต้องจ้องหน้าจอวันละ 7–8 ชั่วโมงขึ้นไป
หลายคนอาจไม่ทราบว่า เมื่อกล้ามเนื้อตาอ่อนล้า หรือระบบการกรอกตาทำงานได้ไม่ดี ร่างกายจะใช้ “คอ” ช่วยโฟกัสแทนโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้
กล้ามเนื้อคอทำงานหนักเกินจำเป็น
เกิดอาการตึง ชา ปวดคอ บ่า ไหล่
และในบางรายอาจมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย
การฝึกกล้ามเนื้อลูกตา กล้ามเนื้อคอ และการทรงตัว
คือหัวใจสำคัญในการรับมือกับอาการโคลงเคลง มึนงง และความไม่มั่นคงจากระบบทรงตัว
หลายคนที่มีอาการมึนงง โคลงเคลง หรือรู้สึกเหมือนพื้นไม่นิ่งตลอดเวลา
อาจเข้าใจว่าเกิดจาก “หูชั้นใน” เพียงอย่างเดียว
แต่ในความเป็นจริง ปัญหามักเกิดจาก “การทำงานที่ไม่ประสานกันของตา คอ และสมองส่วนควบคุมการทรงตัว”
เมื่อระบบเหล่านี้สื่อสารกันได้ไม่ดี สมองจะรับข้อมูลตำแหน่งร่างกายผิดพลาด
เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนมีวัตถุดิบครบ แต่ไม่มีเชฟมาจัดการวัตถุดิบเหล่านั้นให้กลายเป็นอาหาร
ผลที่เกิดขึ้นคือ ความรู้สึกเวียน มึน ไม่มั่นคง แม้ในขณะนั่งนิ่งหรือยืนเฉยๆ
ในเคสลักษณะนี้ ทาง CO-HAND ใช้การฝึกเฉพาะทางเพื่อให้สมอง “เรียนรู้ใหม่” ผ่านโปรแกรมที่ผสาน
การฝึกกล้ามเนื้อลูกตา
การฝึกกล้ามเนื้อคอ
และการฝึกการทรงตัว
1. การฝึกกล้ามเนื้อลูกตา
สายตาคือจุดเริ่มต้นของความมั่นคง เพราะดวงตาเป็นแหล่งข้อมูลหลักที่บอกสมองว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน และกำลังเคลื่อนไหวหรือไม่
การฝึกกล้ามเนื้อลูกตาช่วยให้สมอง “จับภาพได้มั่นคง” แม้ศีรษะจะมีการเคลื่อนไหว เช่น
มองจุดบนผนังแล้วขยับศีรษะช้าๆ ซ้าย–ขวา โดยให้สายตาจับที่จุดเดิม
มองตามวัตถุที่เคลื่อนช้าๆ เพื่อฝึกการควบคุมการเคลื่อนไหวของตา
ฝึกการตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางสายตาด้วยระบบไฟฝึกเฉพาะทาง
2. การฝึกกล้ามเนื้อคอ
คอไม่ได้เป็นเพียงข้อต่อระหว่างศีรษะและลำตัว แต่เป็นศูนย์กลางสำคัญของข้อมูลตำแหน่งร่างกาย
ภายในกล้ามเนื้อคอมี proprioceptor ที่ส่งข้อมูลตำแหน่งศีรษะไปยังสมองตลอดเวลา
หากกล้ามเนื้อคออ่อนแรง หรือเกร็งจากการใช้งานผิดท่า สมองจะได้รับสัญญาณที่สับสน และเกิดความรู้สึกโคลงเคลงได้
การฝึก Neck Stabilization Exercise ช่วยให้ระบบรับรู้ตำแหน่งของคอ (cervico-ocular reflex: COR) กลับมาทำงานร่วมกับตาและหูชั้นในอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
การฝึกกล้ามเนื้อลึกของคอ
การมองจุดค้างไว้ขณะหมุนศีรษะช้าๆ
การฝึกในท่ายืนหรือบนพื้นผิวไม่มั่นคง เพื่อให้คอ ตา และสมองทำงานพร้อมกัน
3. การฝึกการทรงตัว
ระบบทรงตัวต้องทำงานสอดประสานกับตาและคออย่างแม่นยำ
หากสมองสับสนระหว่างสิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่หูชั้นในรับรู้ จะเกิดอาการโคลงเคลง
การฝึกการทรงตัวช่วย “รีเซ็ต” การประสานงานของสมอง เช่น
ยืนบนพื้นนุ่มหรือแผ่นสมดุล
เดินบนเส้นตรงโดยใช้สายตาควบคุม
ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวของตาและศีรษะพร้อมกัน
งานวิจัยจาก SpringerLink พบว่า การผสมผสานการฝึก habituation balance training ช่วยลดระดับอาการเวียนหัว (DHI) และเพิ่มความมั่นคงในการยืนและเดินในผู้ป่วย PPPD ได้ภายใน 6–8 สัปดาห์
Ibrahim, N.M.K., Hazza, N.M.A., Yaseen, D.M. et al.
Effect of vestibular rehabilitation games in patients with persistent postural perceptual dizziness and its relation to anxiety and depression.
European Archives of Otorhinolaryngology (2024)
นอกจากนี้ เรายังใช้อุปกรณ์ช่วยฝึกเพื่อให้สมองเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
โดยฝึกในสภาพแวดล้อมจำลองที่ปลอดภัย ช่วยลดความกลัว และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้รับการรักษา
การใช้ Optokinetic light และ Visual motion video ถูกนำมาเสริมการฝึกตา สมอง และการทรงตัว
เพื่อให้สมองเรียนรู้การจัดการกับความไม่มั่นคงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ผลลัพธ์ที่ผู้ป่วยรับรู้ได้
ยืนได้นิ่งขึ้น
เดินมั่นคงขึ้น
ลดความกลัวการล้ม
โดยใช้ตัวชี้วัด เช่น Fukuda step test และการเดินต่อเท้า
สรุป
การฟื้นฟูรูปแบบนี้ไม่ใช่กายภาพบำบัดทั่วไป
แต่คือการฝึกสมองให้กลับมาควบคุมร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
ผู้ที่ฝึกต่อเนื่องประมาณ 4–8 สัปดาห์ มักรายงานว่า
อาการเวียนหัวลดลง ความมั่นคงดีขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่กังวลกับอาการโคลงเคลง
#รักษาที่ต้นเหตุ
#1%ที่จะทำให้99%เปลี่ยนไป
The 1% that matters
#PersonalizeHealing #ExperienceTailored
